Project Description
1. จับกุมชายชาวกัมพูชาผู้ต้องหา “ร่วมกันค้ามนุษย์”
2. จับกุมขอทานกัมพูชา 4 ราย ลักลอบเข้าเมืองมาขอทานนักท่องเที่ยว


ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบสืบสวนจับกุมชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด นั้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. ได้มอบหมายให้ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน โดย พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม.และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.๒ บก.สส.สตม. ดำเนินการตามมาตรการป้องกันปรามปรามการค้ามนุษย์ โดยยึดหลัก 5P ประกอบด้วย Policy นโยบาย, Prevention การป้องกัน, Prosecution การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย, Protection การคุ้มครองช่วยเหลือ และ Partnership ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
ดังนั้น กองบังคับการสืบสวนสอบสวนได้รับนโยบาย แนวทาง และมาตรการ ซึ่งเป็นหลักสากลในการดำเนินการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ นำไปสู่การปฏิบัติ โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้
1.มาตรการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution) เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้ออกสืบจับติดตามตัวนายนาง ไม่ทราบนามสกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ 26/2559 ลง 10 ก.พ.2559 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันค้ามนุษย์ ซึ่งเชื่อได้ว่าคนต่างด้าวรายนี้ เคลื่อนไหวอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี จนกระทั่ง 15 ก.ย.2562 เวลา 00.15 น. ได้จับกุมตัว นายนาง อายุ 56 ปี สัญชาติ กัมพูชา ได้ที่ แหล่งซื้อ-ขายผักสดภายในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ศาลจังหวัดระนองได้ออกหมายจับ โดยมีพฤติการณ์โดยย่อกล่าวคือ ช่วงปี 2556 ผู้ต้องหารายนี้ได้ชักชวนคนกัมพูชามาทำงานลงเรือประมงเพื่อหาสัตว์น้ำในทะเล จากนั้นผู้เสียหายอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดี ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำ จ.ระนอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
2.มาตรการป้องกัน (Prevention) ปัจจุบันได้มีคนต่างด้าวจำนวนหนึ่ง ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร มาขอทานตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศและก่อความเดือนร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย ดังนั้น พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. กวดขันเข้มงวด จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยใช้เครื่องมือทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ เพราะเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยง ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์
จากการดำเนินการห้วงกลางเดือนกันยายน 2562 ได้มีการจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 4 ราย ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และการทำการอันเป็นขอทาน” จากนั้นได้ทำการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อ พบว่ายังไม่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ จึงได้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนและบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำอันเข้าลักษณะการค้ามนุษย์ หรือพบเห็นบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้แรงงาน การนำคนมาขอทาน หรือ การบังคับค้าประเวณีและการค้าประเวณีเด็ก สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง