Project Description
พ.ต.ต.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร นำกำลังชุดสืบสวนฯ สนธิกำลัง กก.สส.ภ.จว.ชุมพร, กก.5 บก.ปคม. และ สภ.ปากน้ำชุมพร ร่วมกันจับกุม นายใช้ อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมพวกรวม 32 คน โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต” สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณสวนปาล์มน้ำมันริมทะเล ม.10 ต.ท่ายาง อ.เมือง จว.ชุมพร โดยได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบบุคคลต่างด้าวรวมกลุ่มประมาณ 20 – 30 คน ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 32 คน นั่งอยู่ภายในบริเวณสวนปาล์มน้ำมันริมทะเล ม.10 ต.ท่ายาง อ.เมือง จว.ชุมพร จากการตรวจสอบ ทราบว่ากลุ่มบุคคลต่างด้าวดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศมาเลเซียโดยไม่ได้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อจะเดินทางข้ามกลับไปยังประเทศเมียนมา และไม่มีเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง จึงได้นำตัวบุคคลต่างด้าวทั้งหมดมายังสมาคมชาวประมงร่วมใจ ม.4 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จว.ชุมพร เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโรคหาเชื้อโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่ทีมปฏิบัติการควบคุมโรคร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ทำการสอบสวนโรคและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลการตรวจ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกับ สหวิชาชีพทำการคัดแยกเหยื่อเกี่ยวกับความผิดการค้ามนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผลการดำเนินการ ไม่เข้าข่ายความผิดการค้ามนุษย์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับกุมทราบและควบคุมตัวทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.ปากน้ำชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขยายผลทราบว่า กลุ่มบุคคลต่างด้าวดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านนายหน้าสัญชาติไทยและไม่ได้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อจะเดินทางไปยังเขตชายแดน จ.ระนอง และข้ามกลับไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งระหว่างเดินทางมาถึง จ.ชุมพร รถยนต์กระบะที่บรรทุกบุคคลต่างด้าวมานั้นได้นำบุคคลต่างด้าวจำนวน 32 คน เข้าพักที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร จากนั้น เวลาประมาณ 21.00 น. ได้มีคนมารับกลุ่มบุคคลต่างด้าวดังกล่าวไปหลบซ่อนบริเวณสวนปาล์มน้ำมันริมทะเล ม.10 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพร จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงพบนายนพดล หรือแมน อายุ 38 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน และพบ น.ส.ศิริรัตน์ หรือเอ้ อายุ 42 ปี ภรรยาของนายนภดล จากการสอบถามทราบว่า น.ส.ศิริรัตน์ ได้รับการติดต่อจาก น.ส.อุษณีย์ อายุ 26 ปี และทางแอปพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค ชื่อผู้ใช้ “Smile Sun Smile” ว่าให้จัดหาที่พักเพื่อหลบซ่อนบุคคลต่างด้าวซึ่งหลบหนีเข้ามาภายในประเทศไทย โดยจะให้ค่าที่พักในราคา 200 บาทต่อคน และค่าอาหารมื้อละ 520 บาทต่อคน โดยค่าที่พักน.ส.อุษณีย์ จะนำมาจ่ายให้ตนเองในวันที่นำบุคคลต่างด้าวมาฝากพักอาศัย ส่วนเงินค่าอาหารจะโอนให้ภายหลังทางบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาชุมพร ตนเองจึงตอบตกลงและให้นำบุคคลต่างด้าวดังกล่าวมาหลบซ่อนตัวภายในบ้าน ซึ่ง น.ส.ศิริรัตน์ ได้เดินทางมากับนายภานุวัฒน์ อายุ 23 ปี สามี โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมค สีเทา ทะเบียนชุมพร เป็นรถนำทาง และใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง บรรทุกบุคคลต่างด้าวดังกล่าวมาส่งที่บ้านพักของตนเอง เวลาประมาณ 21.00 น. น.ส.อุษณีย์ ได้ให้คนมารับบุคคลต่างด้าวดังกล่าวไปหลบซ่อนที่อื่น ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าพาไปสถานที่แห่งใด ซึ่งจนท.ตำรวจชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพร มีเหตุอันควรเชื่อว่า น.ส.ศิริรัตน์ และ นายนพดล ได้กระทำความผิดฐาน “ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง พักอาศัย ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆเพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุมโดยผิดกฎหมาย” จึงได้จัดทำบันทึกกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป