Project Description

ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ รอง ผบก.ตม.6 โดย พ.ต.ต.ชิติสรรค์ คงขำ สว.ตม.จว.ปัตตานี สนธิกำลังร่วมกับ กก.6 บก.ปคม. และ จัดหางานจังหวัดปัตตานี จับกุมนายซามิ อายุ 24 ปี สัญชาติปากีสถาน ฐานความผิด ใช้หรือแสดงบัตรอันเกิดจากการยื่นคำขอมีบัตรโดยไม่ได้สัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่, เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
สืบเนื่องจาก ตม.จว.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว (ขอปกปิดนาม) ว่ามีชายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติเข้ามาเร่ขายของ จำพวก ผ้าปาเต๊ะ ผ้าโสร่ง พรม ชุดเครื่องนอน และ มีการชักชวนให้ชาวบ้านซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และ โทรศัพท์มือถือ ด้วยระบบเงินเชื่อ อีกทั้งแหล่งข่าว ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าชายคนดังกล่าวนี้มีบัตรประจำตัวประชาชนไทยทั้งที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย ชุดสืบสวน ตม.จว.ปัตตานี ได้ทำรายงานการสืบสวนเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อติดตามสืบสวนข้อเท็จจริงและได้ประสานกับทาง อำเภอแม่ลาน จว.ปัตตานี เพื่อขอข้อมูลและตรวจสอบจากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง พบว่า ชายคนดังกล่าวได้สวมบัตรประจำตัวประชาชนไทยชื่อ นายอัสมี ลาเตะ และบัตรดังกล่าวได้ถูกจำหน่าย เนื่องจากมีการสวมตัว และทาง อ.แม่ลาน จว.ปัตตานี ได้แจ้งความดำเนินคดี ตาม ปจว.ที่ 064 ลง 17 ก.พ. 2563 ไว้แล้ว

ชุดสืบสวน ตม.จว.ปัตตานี สนธิกำลัง กก.6 บก.ปคม. และ จัดหางานจังหวัดปัตตานี เข้าตรวจสอบพื้นที่ หมู่บ้านตะโละ กาโปร์ ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จว.ปัตตานี พบชายลักษณะดังกล่าวตรงกับที่แหล่งข่าวระบุกำลังเดินเก็บเงินจากลูกค้าซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านตามสมุดบัญชีที่ถืออยู่ในมือ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนพร้อมขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ชายดังกล่าวได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนไทย ชื่อ นายอัสมี ลาเต๊ะ เมื่อตรวจสอบจากหมายเลขบัตร ตรงกับข้อมูลจากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองซึ่งระบุว่าบัตร ถูกยกเลิกเนื่องจากสวมตัว และทาง อ.แม่ลาน จว.ปัตตานี ผู้ออกบัตรได้ลงประจำวันเพื่อยกเลิก บัตรดังกล่าวแล้ว ชายดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าตนได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยมากว่า 1 ปีแล้ว ได้ประกอบอาชีพ เร่ขายของในหมู่บ้านและชักชวนให้ชาวบ้านซื้อสินค้าของตนด้วยระบบเงินเชื่อจริง
ต่อมา ตม.จว.ปัตตานีได้ขยายผลเพิ่มเติมพบ MR.IKRAM สัญชาติปากีสถาน (พี่ชายของผู้ถูกจับ) ได้สวมบัตรประชาชาชนไทยอีกราย จึงได้ทำรายงานการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับ MR.IKRAM ฐานความผิดเกี่ยวกับ การยื่นคำขอมีบัตรโดยไม่ได้สัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ม.14 แห่ง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชนไทย พ.ศ.2526 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554) และความผิดตาม ป.อาญา ม.267 “ฐานแจ้งให้ เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ” และ ได้แจ้งความร้องทุกข์เดียวกันนี้กับนางอามีเนาะ ผู้รับรองในการขอ มีบัตร อันเป็นการกระทำความผิดฐาน “เป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการยื่นคำขอมีบัตร ด้วยการแสดงหลักฐาน อันเป็นเท็จ” และ “ฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ” ณ สภ.แม่ลาน จว.ปัตตานี ตาม ปจว.เกี่ยวกับคดี ที่ 003 ลว.29 ก.ค.2563 ทั้งนี้ ตม.จว.ปัตตานีกำลังสืบสวนติดตามและขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับขบวนการ สวมบัตรประจำตัวประชาชนไทยในพื้นที่ จว.ปัตตานีต่อไป