Project Description

วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2563
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัย อยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทย เป็นฐานในการกระทำความผิด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 , พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ  รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิษณุ สิทธิฑูรย์ ผกก.สส.บก.ตม.4 และ พ.ต.อ.ธนรัฐ รุ่งโรจน์ดี ผกก.ตม.จว.หนองคาย ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา ดังนี้   ตม.จว.หนองคายและศุลกากรหนองคายร่วมกันจับกุมขบวนการนำรถยนต์ออกไปขายยังต่างประเทศ ข้อหาร่วมกันส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือข้อห้ามอื่นเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยผู้ต้องหาจำนวน  6 คน ประกอบด้วย (1) นายกำจัดฯ (2) ว่าที่ร้อยตรีพีรพัฒน์ฯ (3) นายณัฐกฤชฯ (4) นายนิธิศปพนฯ (5) ว่าที่ร้อยตรีหาญชัยฯ (6) นายสุรินทร์ฯ  ของกลางประกอบด้วย รถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้  1 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง   พฤติการณ์ จากการสืบสวนหาข่าวขบวนการลักลอบนำออกรถยนต์เพื่อขายยังประเทศเพื่อนบ้าน และได้รับแจ้งจากสายลับทราบว่าจะมีกลุ่มบุคคลทำเป็นขบวนการลักลอบนำรถยนต์ไทยที่ผ่านพิธีการตรวจอนุญาตของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากรในการนำรถยนต์ออกไปนอกราชอาณาจักร ทำเอกสารใบขนสินค้าพิเศษถูกต้อง แต่จะไม่มีการนำรถยนต์กลับเข้ามา จึงกำชับให้ จนท.ตม.ประจำช่องตรวจพาหนะเพิ่มความละเอียดในการตรวจเอกสาร ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้มายื่นเอกสารการเดินทางและรายการเกี่ยวกับพาหนะเพื่อให้ จนท.ตม.ทำการตรวจอนุญาตเดินทางเข้า เมื่อ จนท.ตม.ตรวจข้อมูลในระบบ BIOMETRICS พบว่าในการเดินทางออกนั้นได้ขออนุญาตนำรถยนต์จำนวน 6 คันออกไป แต่ขณะเดินทางกลับมีรถยนต์เพียง 2 คันนำกลับเข้ามา จึงได้ร่วมกับด่านศุลกากรหนองคายตรวจสอบข้อมูลในระบบของศุลกากร ก็พบว่า รถยนต์ทั้ง 6 คันได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรเพื่อนำรถยนต์ออก โดยทำเอกสารใบขนสินค้าพิเศษถูกต้องแล้วนำออกต่างวันกัน แต่พฤติการณ์ในวันที่ถูกจับกุม                กลุ่มผู้ต้องหาได้เดินทางกลับเข้ามาในวันเดียวกัน โดยสารมากับรถยนต์ 2 คันเท่านั้น และมายื่นเอกสารขอตัดบัญชีนำกลับเข้ามา ส่วนรถยนต์อีก 4 คันนำเฉพาะเอกสารมายื่นเพื่อขอตัดบัญชีนำกลับเข้ามา โดยผู้ต้องหาที่ 1 – 3 นำเอกสารรถยนต์ 4 คัน ที่ไม่ได้นำกลับเข้ามา มายื่นเพื่อขอตัดบัญชีนำกลับเข้ามา มีผู้ต้องหาที่ 5 – 6 เป็นผู้ขับรถยนต์ของกลาง 2 คัน (ซึ่งเป็น 2 ในจำนวน 6 คันที่นำออกไป) มายื่นเอกสาร นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 6 คน มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  โดยบุคคลหนึ่งแจ้งนำรถยนต์ออกหรือเป็นเจ้าของรถยนต์แต่มอบอำนาจให้อีกบุคคลหนึ่งนำรถยนต์ออกหรือนำรถยนต์กลับเข้ามา การมอบอำนาจสลับกันทำให้มีเอกสารที่ต้องตรวจสอบเพิ่มมากขึ้น และ          ที่สำคัญกลุ่มผู้ต้องหาพยายามนำเอกสารทั้งหมดมายื่นช่วงเช้า เพื่ออาศัยจังหวะช่วงเวลาที่มีรถยนต์และนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกจำนวนมาก เพื่อหวังให้ จนท.สับสน สอบถามผู้ต้องหาทั้ง 6 คนยอมรับว่ารถยนต์อีก 4 คันที่ไม่ได้นำกลับมาได้ขายที่ สปป.ลาวไปแล้ว  จึงร่วมกันจับกุมตัวส่ง พงส.สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีต่อไป สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507  ซ.สวนพลู  แขวงทุ่งมหาเมฆ  เขตสาทร  กรุงเทพมหานคร  10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178  หรือที่ www.immigration.go.th