Project Description
ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการ
ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน
หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.ฯรรท.ผบช.สตม.
พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,
พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์
รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม. และ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ ระดมกวาดล้าง
อาชญากรรม และกวดขัดจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหรือที่มีพฤติกรรม
จะเข้ามากระทำความผิดทางอาญาหรือก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 23.30 น. พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2
ได้รับรายงาน จาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 ว่า พ.ต.ท.ไพฑูรย์ พรไชยา
สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกับ กก.3 บท.ทท.1 และ
เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.บางแก้ว ได้ร่วมกันจับกุม Mr.JOSE ARMANDO MORALES อายุ 29 ปี
ชาวโคลัมเบีย ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 399/2562
ลงวันที่ 24 พ.ค.2562 กรณีการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก ระบบ ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า
หรือ APPS ( Advance Passenger Processing System ) ของ ตม.สนามบิน ได้แจ้งเตือนว่า
จะมี ผู้ต้องหา ตามหมายจับไทย ดังกล่าว เดินทางเข้าไทย โดยเดินทางจาก ประเทศ สปป.ลาว
ด้วย TG575 เพื่อจะเปลี่ยนเครื่องไปยังเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินลุฟทันซ่า
เที่ยวบินที่ LH773 พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จึงรายงาน พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ
และได้รับสั่งการ ให้ ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบ โดยนำกำลัง เข้าตรวจสอบเที่ยวบิน
ขาเข้าดังกล่าว พบ ผู้ต้องหา พบว่า เป็น Mr.JOSE ARMANDO MORALES ตามหมายจับจริง
จึงทำการจับกุม จากการสอบถามทราบว่า Mr.JOSE ARMANDO MORALES ได้เดินทางเข้าไทย
เมื่อกลางเดือน มี.ค.2562 และ เช่ารถตระเวน ลักทรัพย์ ตามบ้านเรือนประชาชน ที่ปลอดคน โดยเฉพาะ
ในเขต จว.สมุทรปราการ มีผู้เสียหาย ถึง 3 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 5 ล้านบาท และได้ถือโอกาส
หลบหนีไปประเทศ สปป.ลาว ก่อนไทยออกหมายจับ และ ขึ้นเครื่องบินจาก สปป.ลาว ผ่านไทยไปเยอรมัน
เพื่อต่อเครื่องกลับโคลัมเบีย แต่ถูก ตม.ไทย ตรวจพบ และจับกุมได้ เสียก่อน ชุดสืบสวน ได้แจ้งข้อหา
“ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์
โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การ
กระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และนำตัวส่ง สภ.บางแก้ว
ดเนินคดีต่อไป
กรณีปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบาย มาตรการ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง
ผบช.ฯรรท.ผบช.สตม. ที่มอบหมายให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ สั่งการ ให้ทุกด่าน เพิ่มความเข้ม ด้านความมั่นคง
โดยเฉพาะ กรณี ชาวต่างชาติกลุ่มเฝ้าระวัง ที่มักแฝงตัวเป็นน้กท่องเที่ยวเข้ามาเป็นมิจฉาชีพ หรือ ก่ออาชญากรรม
โดยเฉพาะแก็งลักทรัพย์กลุ่มชาวโคลัมเบีย ที่เคยมีข่าวเข้ามาก่อเหตุ ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ในช่วง
2-3 ปีที่ผ่านมา และถูกจับกุมได้หลายกลุ่ม ซึ่ง พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ ได้สั่งตม.สนามบิน ทุกแห่ง ใช้มาตรการเข้ม
กับบุคคลสัญชาติเฝ้าระวังทุกกลุ่ม โดยอาจมีการสัมภาษณ์ สอบถาม ตรวจสอบ การเดินทาง แผนการท่องเที่ยว
ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน สำหรับชาวต่างชาติบางราย หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมาย
สามารถ แจ้งหรือสอบถาม ผ่านสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303
ตลอด 24 ชั่วโมง
