Project Description
วันที่: 7 มิถุนายน 2562
ตามนโยบายของสานักงานตารวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ดาเนินการปราบปรามกลุ่มบุคคลที่มีการหลอกลวงหรือการชวนเชื่อให้ทาสิ่งที่ผิดกฎหมายในรูปแบบการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ โดยชักชวน หลอกลวง หรือกระทาการใดๆ ต่อประชาชน เพื่อให้ได้ซึ่งทรัพย์สินและก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายเป็นจานวนมากนั้น
สานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อานวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม., และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสาคัญ ดังนี้
รวบมาม่าซังอุซเบกีสถานหนีหมายแดงค้ามนุษย์ตารวจสากล
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม.ได้จับกุมตัว นางซาโยร่า เมลิโคว่า (Mrs.SAYORA MELIKOVA) สัญชาติอุซเบกีสถาน อายุ ๖๒ ปี โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ร่วมกับ จนท.กงสุลอุซเบกีสถาน ประจาประเทศไทย ติดตามสืบสวนจับกุม นางซาโยร่า เมลิโคว่า ได้จากห้องพักแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. เนื่องจากตารวจสากลอุเบซกีสถานได้ออกประกาศหมายแดง (Interpol Red notice) ต้องการตัว นางซาโยร่า เมลิโคว่า เพื่อกลับไปดาเนินคดีในประเทศอุซเบกีสถาน ในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์, การเป็นธุระจัดหาซึ่งการค้าประเวณีฯ, หน่วงเหนี่ยวกักขัง และองค์กรอาชญากรรม เหตุเกิดที่ เมือง KHOREZM ตอนใต้ของประเทศอุซเบกีสถาน เมื่อปี 2011 หรือ พ.ศ.2554 โดยเมื่อ พ.ศ.2557 ตารวจสากลอุเบซกีสถานได้แจ้งหมายแดงมายัง ตารวจสากลไทย และ สตม.ได้บันทึกเป็นบุคคลมีหมายแดงตารวจสากลไว้ในระบบแล้ว ทาให้ นางซาโยร่า เมลิโคว่า ซึ่งเดินทางเข้าออกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2009 (2552) จนกระทั่งปี 2015 แล้วหลังจากนั้นได้หลบหนีการจับกุม ไม่พบการเดินทางออกประเทศไทยหรือขออยู่ต่ออีกเลย จนกระทั่งถูกจับกุม รวมอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตมากว่า 7 ปี นาตัวส่ง พงส.บก.สส.สตม.ดาเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ ขณะจับกุมในที่เกิดเหตุ พบหญิงชาวอุซเบกีสถานอีกจานวน 3 คน พักอาศัยรวมอยู่ในห้องดังกล่าว ลักษณะเป็นหญิงลักลอบค้าประเวณีให้กับนักท่องเที่ยว จึงได้เชิญตัวมาสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดย พงส.บก.สส.สตม.รวมกับ จนท.พม.และ กงสุลอุซเบกีสถาน เบื้องต้นสรุปว่า ทั้ง 3 คนสมัครใจเข้ามาในประเทศไทยเพื่อลักลอบค้าประเวณีด้วยตัวเอง ไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงดาเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในประเทศทั้ง 3 คน ควบคุมตัว เพื่อประสานกับ สอท.อุซเบกีสถาน ดาเนินการตามขั้นตอนต่อไป
หากประชาชนพบเห็นการกระทาผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
สตม.รวบมาม่าซังอุซเบกีสถานหนีหมายแดงค้ามนุษย์
