Project Description

(วันที่: 1 พฤษภาคม 2562)

ตามนโยบายรัฐบาล โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ปราบปรามกลุ่มขบวนการลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามา ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการเร่งรัดจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. , พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม. และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.๓ ได้สั่งการให้ กก.สส.บก.ตม.๓ ดำเนินการสืบสวนจับกุมตัวผู้กระทำผิด เพื่อให้เกิดผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม  กก.สส.บก.ตม.๓ มีผลการจับกุม คดีสาคัญ ดังนี้ ๑. วันที่ 23 เม.ย.62 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 และ ตม.จว.ฉะเชิงเทรา ได้สืบสวนทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว มาพักรอ ณ พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อที่จะมีผู้นำพาคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเป้าหมายต่าง ๆ ในประเทศ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนการจับกุม กระทั่ง เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. ขณะเจ้าหน้าที่ได้สังเกตการณ์บริเวณชายคลองรีสอร์ท อ.เมือง จว.ฉะเชิงเทรา ได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน บน-2854 สระแก้ว ขับเข้ามายังพื้นที่รีสอร์ท และมีการนำ คนต่างด้าวลงจากรถ จึงได้เข้าแสดงตัว ผลการตรวจสอบพบผู้ขับขี่เป็นคนไทย ทราบชื่อภายหลังคือ นายสุนทร พลเสนา และพบคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาซึ่งโดยสารมากับรถยนต์กระบะดังกล่าว จานวน 14 ราย โดยซุกซ่อนมาอย่างแออัด เพื่อหลบซ่อนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ส่วน คนต่างด้าวทั้ง ๑๔ ราย ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ๒. วันที่ ๒๖ เม.ย.๖๒ ได้ทำการขยายผลจากการจับกุมเมื่อวันที่ ๒๓ เม.ย.๖๒ เพื่อสืบสวน หาผู้ร่วมขบวนการลักลอบนาพาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยได้สืบทราบว่าในคืนวันที่ ๒๕ เม.ย.๖๒ จะมีกลุ่มผู้กระทาผิดจะนาคนต่างด้าวมาพักรอ ณ บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ซ.มิตรไมตรี ๖ แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร จึงได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.๑ และ สน.หนองจอก เข้าซุ่มสังเกตการณ์กระทั่ง วันที่ ๒๖ เม.ย.๖๒ เวลาประมาณ ๐๐.๒๐ น. ได้มีรถยนต์บรรทุก ๖ ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน ๗๐-๒๔๘๑ บุรีรัมย์ และ ๗๐-๒๖๓๙ ร้อยเอ็ด รวม ๒ คัน ขับขี่เข้ามายังจุดที่เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ โดยมีลักษณะนำผ้าใบมาปิดคลุมมิดชิด นอกจากนี้ยังพบรถยนต์คันอื่นขับติดตามและอยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดซึ่งรถยนต์บรรทุกทั้ง ๒ คันเข้าจอด เมื่อพบว่าคนต่างด้าวลงจากรถยนต์บรรทุก เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัวตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ โดยสามารถควบคุมตัวบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ได้ทั้งสิ้น ๗๓ คน พร้อมยึดรถยนต์กระบะของกลางได้อีก ๓ คัน นอกจากนี้ยังได้จับกุมคนไทย อีกจานวน ๗ ราย ประกอบด้วย ๑) นายวิรัช จรุงพันธ์ อายุ ๔๔ ปี ๒) นายสุนทร สุเมธานนท์ชัย อายุ ๔๓ ปี รวบขบวนการลักลอบนาพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และ สาวรัสเซียค้าเฮโรอีน หลบหนีหมายจับตำรวจสากลกบดานไทย ๓) นายเอื้อการย์ สวัสดิ์เจริญ อายุ ๒๗ ปี ๔) นายสมใจ เฉลิมบุญ อายุ ๔๓ ปี ๕) น.ส.จินตนา เฉลิมบุญ อายุ ๓๙ ปี ๖) น.ส.ขวัญหทัย พูลคา อายุ ๒๕ ปี ๗) นายกันตภณ เอกอริยะวรวัฒน์ อายุ ๔๕ ปี โดยผู้ถูกจับที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกทะเบียน ๗๐-๒๖๓๙ ร้อยเอ็ด , ผู้ถูกจับที่ ๒ และ ๓ ทำหน้าที่ขนสัมภาระของคนต่างด้าวลงจากรถยนต์กระบะของกลางซึ่งถูกยึดไว้คันทะเบียน บน-๘๙๑๕ สระแก้ว , ผู้ถูกจับที่ ๔ – ๖ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่บุคคลต่างด้าว และ ผู้ถูกจับที่ ๗ รับว่าเป็นเจ้าของรถบรรทุก ทะเบียน ๗๐-๒๔๘๑ บุรีรัมย์ โดยในขณะจับกุมผู้ถูกจับที่ ๗ เจ้าหน้าที่พบ อาวุธปืนพก ยี่ห้อสมิธ&เวสสัน ขนาด ๙ มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืน จานวน ๒๗ นัด และซองบรรจุกระสุน ๒ ซอง ในความครอบครองของผู้ถูกจับที่ ๗ ด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับที่ ๑ – ๖ ว่า “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” และผู้ถูกจับที่ ๗ แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม และ พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” ส่วนคนต่างด้าวทั้ง ๗๓ ราย ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของบุคคลต่างด้าว รับสารภาพว่า จ่ายเงินให้แก่ขบวนการนำพาเพื่อเป็นค่าเดินทาง รายละ ๒,๕๐๐ บาท ทั้งนี้ ในส่วนของการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ หากพบเป็นการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ จะดำเนินการ แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้กระทำผิด ต่อไป ๓. เมื่อวันที่ ๒๕ เม.ย.๖๒ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัว MRS.ELENA GOLUBEVA อายุ ๓๖ ปี สัญชาติรัสเซีย หนังสือเดินทางเลขที่ 638792377 ซึ่งก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจาก สอท.รัสเซีย ประจำประเทศไทย ว่า นางเอลิน่า นี้ เป็นบุคคลซึ่งมีหมายจับของประเทศรัสเซีย และได้ถูกประกาศสืบจับด้วยหมายแดง (RED NOTICE) ของ ตารวจสากล (INTERPOL) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ในความผิดฐาน จำหน่ายเฮโรอีน ภายหลังการประกาศสืบจับแหล่งข่าวเชื่อว่า นางเอลิน่า ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนทราบว่า นางเอลิน่า ได้เดินทางออกจากประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2556 และไม่ปรากฏข้อมูลเดินทางเข้ามาในประเทศอีก แต่พบข้อมูลน่าเชื่อว่าได้ลักลอบอาศัยอยู่ในประเทศ จึงได้รวบรวมข้อมูลและติดตามกระทั่งจับกุมได้ที่ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะได้ดำเนินการส่งตัวกลับเพื่อไปดาเนินคดีที่ประเทศรัสเซีย ต่อไป ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัย ให้แจ้งข่าวแก่เจ้าหน้าที่หากพบบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์เป็นพิรุธ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในห้วงวันสาคัญของปวงชนชาวไทยที่ใกล้จะถึงนี้ โดยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สานักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178