Project Description
วันที่: 6 พฤศจิกายน 2562

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ของบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับหมายจับค้างเก่า โดยให้เพิ่มความเข้มในการสืบสวน จับกุมเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีหมายจับ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบคนไทยที่มีหมายจับและ คนต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยวันนี้(6 พ.ย.62) พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับ ดังนี้
ตม.1 รวบสาวไทยเครือข่ายแก๊งหลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม1 ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม สาวไทยเครือข่ายแก๊งค์หลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์หลอกลวง ตามหมายจับศาลอาญาที่ ๑๕๙๒/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๔ ต.ค.๖๒ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ผู้ที่ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด”
การจับกุมในคดีนี้เกิดจากการสืบสวนและประสานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 และสน.พญาไท ทำให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย62 ผู้เสียหายได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นการแจ้งเตือนว่า ข้อมูลธนาคารหรือแอพพลิเคชั่นธนาคารของท่านถูกเข้าใช้งาน หากท่านไม่ได้เข้าใช้งานให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยกดลิ้งแอดเดรสที่แนบมา พร้อมกรอกข้อมูล เลขบัตรเดบิต รหัสผ่านสำหรับกดเงินสด(Password) เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสลับการทำธุรกรรม(OTP) จากนั้นผู้เสียหายได้เข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง แล้วตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายไปยังบัญชีธนาคารอื่น ๕ บัญชี รวมมูลค่าความเสียหาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งล้านบาทถ้วน) ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลธนาคารไปใช้และได้ไปซึ่งทรัพย์สินโดยทุจริต จากการตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงิน พบหลักฐานการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายจำนวน 6 ราย โดยเงินที่ถูกโอนจากบัญชีของผู้เสียหายจำนวน 1,000,000 บาท ได้พบว่าถูกกดถอนออกจากบัญชีที่ประเทศ
มาเลเซีย และยังได้ตรวจสอบพบอีกว่า ข้อมูลการทำธุรกรรมการโอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์โดยมีที่อยู่ตนทาง(IP Address)ที่ประเทศมาเลเซีย
คดีนี้ ผู้ต้องหาที่ 6 เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 180,000 บาท ผ่านระบบ Internet Banking และเงินจำนวนนี้ถูกกดออกจากบัญชีที่ประเทศมาเลเซีย โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้
จับกุมสมาชิกแก๊งค์นี้ได้แล้ว จำนวน 3 ราย และออกหมายจับไว้แล้วอีก 3 ราย ต่อมาจากการประสานและตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหาที่ 6 สาวไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์หลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติเป็น
บุคคลตามหมายจับของศาลอาญา ที่ยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ได้หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ชุมชนเทพทวี ซอย ๘ ถนนลาดพร้าว ๑o๑ แยก ๔๒ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผน ออกสืบสวน หาข่าว และแฝงตัวเข้าตรวจสอบบริเวณที่พักดังกล่าว จนแน่ชัดว่าพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องที่ 6 ได้สำเร็จ แล้วได้ส่งตัวผู้ต้องหาที่ 6 ให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีต่อไป

สตม.ขอให้ประชาชนทั่วไปได้โปรดพึงระมัดระวังในการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบออนไลน์ช่องทางต่างๆในปัจจุบันซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธี ในปัจจุบันกลุ่มอาชญากรได้อาศัยช่องโหว่ของช่องทางเหล่านี้สร้างวิธีการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนโดยมีการกระทำผิดในลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย กระทำการผ่านขั้นตอนทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ยากต่อการตรวจสอบ ติดตามจับกุม แต่การหลอกลวงด้วยวิธีการเหล่านี้จะไม่สำเร็จได้เลยหากผู้ทำธุรกรรมออนไลน์มีความละเอีดรอบคอบและระมัดระวัง