Project Description
วันที่: 17 มกราคม 2563
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ ของบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับหมายจับค้างเก่า โดยให้เพิ่มความเข้มในการสืบสวน จับกุมเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีหมายจับ โดย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบคนไทยที่มีหมายจับและคนต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.รัชธพงษ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ชุดสืบสวนจับกุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม., บก.สส.สตม., กก.สส.บก.ตม.3 และชุดสืบสวน กก.ภ.จว.กำแพงเพชร โดย ร.ต.อ.โกเมน วรรณบวร รอง สว.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ปรก.สตม., ร.ต.อ.วิภู อิทธิกมล รอง สว.(สอบสวน)สภ.โพธิ์แก้ว ปรก.สตม., ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รอง สว.ฝอ.สส.ปรก.สตม., ร.ต.ท.รณกฤต เกษสังข์ รอง สว.ฝสส.1 สส.ปรก.สตม. และ ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ปรก.สตม. ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกลวงคนไทยขอรหัสโอทีพี (OTP) ลูกค้าธนาคารออมสินแล้วติดตั้งแอปพลิเคชั่นโอนเงินทางมือถือ โอนเงินออกได้รับความเสียหายจำนวนมาก
โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ชุด ศปชก.สตม., บก.สส.สตม. และชุดสืบสวน ภ.จว.กำแพงเพชร ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 2 คน คือ น.ส.สุภัสสราฯ อายุ 19 ปี และนายอดิศรฯ อายุ 18 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและร่วมกันลักทรัพย์” โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จว.กำแพงเพชร พร้อมยึดของกลาง เสื้อผ้าสวมใส่วันถอนเงิน โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดโทรศัพท์ บัตรเอทีเอ็ม ฯลฯ รวม 21 รายการ ให้การรับสารภาพ ทำหน้าที่ถอนเงิน โดย น.ส.สุภัสสราฯ ภรรยานายอภิเดช หรือ แขก อ้างว่ามี นายอาเหว่ย ชาวพม่าเป็นผู้สั่งการ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน พฤติการณ์การกระทำความผิด กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 4 พ.ย. – 28 ธ.ค.62 พบผู้เสียหาย จำนวน 11 ราย รวมความเสียหาย จำนวน 1,223,197.39 บาท แจ้งว่า มีกลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีปัญหามีผู้อื่นนำบัญชีไปใช้จะต้องมีการแก้ไขโดยการติดตั้งแอปพลิเคชั่น มายโม (Mymo) ของธนาคารออมสิน โดยทางศูนย์จะส่งรหัสเป็นข้อความ (Message) แล้วหลอกถามข้อมูลส่วนตัวและเลขบัญชีธนาคาร , เอทีเอ็ม และ รหัสโอทีพี (OTP) ของผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบจากธนาคารว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริงหรือไม่ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงแจ้งข้อมูลดังกล่าว จึงถูกคนร้ายถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม (Cardless) หรือโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีคนร้ายที่เปิดรองรับไว้แล้วถอนเงินออก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนเส้นทางการเงิน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทำรายงานการสืบสวนส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ท้องที่เกิดเหตุออกหมายจับโดยมีรายละเอียดการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสิ้น จำนวน 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ” และ “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและร่วมกันลักทรัพย์” จากการสืบสวนขยายผลและประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน พบว่า นายอภิเดชฯ ยังได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายเจ้าของบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หลอกขอโอทีพีในลักษณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2562 ความเสียหาย 1,020,000 บาท โดยนายอภิสิทธิ์ ทำหน้าที่ถอนเงิน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ให้การว่า นายอภิเดชฯ เป็นผู้สั่งการให้ถอนเงิน
สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.รัชธพงษ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ชุดสืบสวนจับกุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม., บก.สส.สตม., กก.สส.บก.ตม.3 และชุดสืบสวน กก.ภ.จว.กำแพงเพชร โดย ร.ต.อ.โกเมน วรรณบวร รอง สว.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ปรก.สตม., ร.ต.อ.วิภู อิทธิกมล รอง สว.(สอบสวน)สภ.โพธิ์แก้ว ปรก.สตม., ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รอง สว.ฝอ.สส.ปรก.สตม., ร.ต.ท.รณกฤต เกษสังข์ รอง สว.ฝสส.1 สส.ปรก.สตม. และ ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ปรก.สตม. ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกลวงคนไทยขอรหัสโอทีพี (OTP) ลูกค้าธนาคารออมสินแล้วติดตั้งแอปพลิเคชั่นโอนเงินทางมือถือ โอนเงินออกได้รับความเสียหายจำนวนมาก
โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ชุด ศปชก.สตม., บก.สส.สตม. และชุดสืบสวน ภ.จว.กำแพงเพชร ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 2 คน คือ น.ส.สุภัสสราฯ อายุ 19 ปี และนายอดิศรฯ อายุ 18 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและร่วมกันลักทรัพย์” โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จว.กำแพงเพชร พร้อมยึดของกลาง เสื้อผ้าสวมใส่วันถอนเงิน โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดโทรศัพท์ บัตรเอทีเอ็ม ฯลฯ รวม 21 รายการ ให้การรับสารภาพ ทำหน้าที่ถอนเงิน โดย น.ส.สุภัสสราฯ ภรรยานายอภิเดช หรือ แขก อ้างว่ามี นายอาเหว่ย ชาวพม่าเป็นผู้สั่งการ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน พฤติการณ์การกระทำความผิด กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 4 พ.ย. – 28 ธ.ค.62 พบผู้เสียหาย จำนวน 11 ราย รวมความเสียหาย จำนวน 1,223,197.39 บาท แจ้งว่า มีกลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีปัญหามีผู้อื่นนำบัญชีไปใช้จะต้องมีการแก้ไขโดยการติดตั้งแอปพลิเคชั่น มายโม (Mymo) ของธนาคารออมสิน โดยทางศูนย์จะส่งรหัสเป็นข้อความ (Message) แล้วหลอกถามข้อมูลส่วนตัวและเลขบัญชีธนาคาร , เอทีเอ็ม และ รหัสโอทีพี (OTP) ของผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบจากธนาคารว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริงหรือไม่ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงแจ้งข้อมูลดังกล่าว จึงถูกคนร้ายถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม (Cardless) หรือโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีคนร้ายที่เปิดรองรับไว้แล้วถอนเงินออก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนเส้นทางการเงิน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทำรายงานการสืบสวนส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ท้องที่เกิดเหตุออกหมายจับโดยมีรายละเอียดการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสิ้น จำนวน 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ” และ “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและร่วมกันลักทรัพย์” จากการสืบสวนขยายผลและประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน พบว่า นายอภิเดชฯ ยังได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายเจ้าของบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หลอกขอโอทีพีในลักษณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2562 ความเสียหาย 1,020,000 บาท โดยนายอภิสิทธิ์ ทำหน้าที่ถอนเงิน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ให้การว่า นายอภิเดชฯ เป็นผู้สั่งการให้ถอนเงิน
สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง