Project Description
Biometric เจ๋ง! 3 วัน สกัดพาสปลอม 8 ราย
ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะกลุ่มที่ก่ออาชญากรรมในประเทศต่าง ๆ แล้วใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนกบดาน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม และกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหรือที่มีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญาหรือก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 14 ก.ย.62 เวลาประมาณ 15.00 น. พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ว่า 3 วันที่ผ่านมา กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 มีผลการจับกุมคดีสำคัญๆ จำนวน 8 ราย กล่าวคือ

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 เวลาประมาณ 08.20 น. จับกุมครอบครัวชาวอิหร่าน 3 ราย (พ่อและลูก) ใช้หนังสือเดินทางประเทศกรีซปลอม เพื่อใช้ในการเดินทางไปขอลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษ โดยพ่ออ้างว่าติดต่อนายหน้าชาวอิหร่านเพื่อจัดหาเอกสารเดินทาง ค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 ยูโร (หรือประมาณ 1,700,000.- บาท) โดยชำระล่วงหน้า 20,000 ยูโร ที่ประเทศอิหร่าน และเดินทางมารับหนังสือเดินทางที่ประเทศตุรกี ได้ชำระส่วนที่เหลืออีก 30,000 ยูโร ก่อนจะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอมเล่มดังกล่าวในการเดินทาง และเวลาประมาณ 12.20 น. ของวันเดียวกัน สามารถจับกุมหนุ่มอิหร่านได้อีก 1 ราย โดยใช้หนังสือเดินทางประเทศกรีซปลอม เพื่อใช้ในการเดินทางไปขอลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษเช่นกัน โดยรายนี้ติดต่อนายหน้ารับหนังสือเดินทางที่ประเทศตุรกี และเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 4,000 ยูโร (หรือประมาณ 136,000.- บาท) โดยหนังสือเดินทาง จำนวน 2 ใน 4 เล่ม ระบบ Biometrics แจ้งเตือนว่าเป็นหนังสือเดินทางที่ถูกขโมย จากฐานข้อมูลของ Interpol กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุมชาวอิหร่านทั้ง 4 ราย ในข้อหา “ใช้หรือมีไว้ใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศกรีซปลอม)” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี
ต่อมาวันที่ 12 ก.ย.62 เวลาประมาณ 08.30 น. จับกุมชายชาวซีเรีย และหญิงปาเลสไตน์ จำนวน
3 ราย บินมาจากกรุงอาบูดาบี ใช้หนังสือเดินทางประเทศสวีเดนหน้าเหมือนในการเดินทางเข้าประเทศ
เพื่อแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะใช้หนังสือเดินทางหน้าเหมือนเดินทางไปขอลี้ภัยยังประเทศที่สามโดยทั้ง 3 รายติดต่อนายหน้าที่ประเทศอิหร่าน มีค่าใช้จ่ายคนละ 12,500 ยูโร (หรือประมาณคนละ 375,000.- บาท) ซึ่งชำระล่วงหน้าคนละ 25,000 ยูโร (หรือประมาณคนละ 75,000.- บาท) เมื่อครั้งติดต่อรับเล่ม และจะชำระส่วนที่เหลือเมื่อสามารถเดินทางไปยังไประเทศที่สามสำเร็จ โดยระบบ Biometrics อ่านค่าความเหมือนเปรียบเทียบภาพถ่ายจากชิพที่ฝังอยู่ในหนังสือเดินทาง E Passport กับภาพผู้โดยสาร พบว่ามีเปอร์เซ็นต์ความเหมือนกันต่ำ ผู้โดยสารมีใบหน้า หู ตา จมูก และปาก แตกต่างจากภาพที่จัดเก็บในชิพ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในข้อหา “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี
ต่อมาวันที่ 13 ก.ย.62 เวลาประมาณ 09.30 น. จับกุมชายผิวดำสัญชาติไนจีเรีย ใช้หนังสือเดินทางแอฟริกาใต้ปลอม เดินทางมาจากประเทศตุรกี เปลี่ยนเครื่องที่ประเทศกาตาร์ ก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อลักลอบไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้ รับหนังสือเดินทางจากนายหน้าชาวแอฟริกาใต้ เสียค่าดำเนินการประมาณ 600 เหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 18,000 บาท) โดยระบบ Biometrics แจ้งเตือนความผิดปกติของหนังสือเดินทาง ว่าหนังสือเดินทางเล่มนั้นอาจเป็นหนังสือเดินทางปลอม กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุมชายคนดังกล่าวในข้อหา “ใช้หรือมีไว้ใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศกรีซปลอม)” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี
ปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบาย มาตรการ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ สั่งการ ให้ทุกด่าน เพิ่มความเข้ม พร้อมให้ดำเนินการประสานข้อมูลด้านการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร รวมถึงการแสวงหาและประสานงานกับหน่วยงานข้างเคียงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บก.ตม.2 ได้ดำเนินการจัดการประชุมประชาคมข่าวเพื่อติดตามข้อมูลด้านการข่าวเพื่อนำมาสังเคราะห์และกำหนดแผนในการเฝ้าระวังกลุ่มขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากประชาชนพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมาย สามารถ แจ้งหรือสอบถาม ผ่านสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303 ตลอด 24 ชั่วโมง