Project Description
วันที่: 6 มีนาคม 2563 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว รอง ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 แถลงผลการจับกุมคดีสำคัญ ซึ่งปรากฏรายละเอียด ดังนี้
รายที่ 1 และ 2 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานด้านการข่าวจากเจ้าหน้าที่สายการบิน Eva Air ว่ามีผู้โดยสารชาวอินเดีย จำนวน 2 ราย ได้เข้ามาขอออกบัตรที่นั่งโดยสารเพื่อเดินทางไปยังไต้หวันเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เจ้าหน้าที่จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบและได้พบชาวอินเดียทั้ง 2 ราย พร้อมขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง ผลการตรวจสอบพบว่า ในหน้าหนังสือเดินทางปรากฏแผ่นตรวจลงตราประเทศแคนาดาปลอม จึงจับกุมในฐานความผิด “ใช้แผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศปลอม (Visa Canada ปลอม)” และนำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายที่ 3 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานด้านการข่าวจากเจ้าหน้าที่สายการบิน Korean Air กรณีมีผู้โดยสารชายถือหนังสือเดินทางประเทศอินเดียซึ่งมีลักษณะต้องสงสัยมาขอออกบัตรที่นั่งโดยสารเพื่อเดินทางไปเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เที่ยวบิน KE658 และมีวัตถุประสงค์จะเดินทางต่อไปยังประเทศแคนาดา เจ้าหน้าที่จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบและได้พบชายต่างด้าวต้องสงสัยทราบภายหลังคือชาวปากีสถานได้ยื่นหนังสือเดินทางประเทศอินเดียให้เพื่อตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางประเทศอินเดียปลอม จึงจับกุมในฐานความผิด “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม (หนังสือเดินทางประเทศอินเดียปลอม) ในการเดินทางระหว่างประเทศ” และนำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายที่ 4 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรณีมีผู้โดยสารชาย ลักษณะคล้ายชาวตะวันออกกลาง ทราบในภายหลังเป็นชาวอิหร่าน ได้มาขอรับการตรวจเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยได้ยื่นหนังสือเดินทางประเทศสเปนให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ และผลการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางของผู้อื่น จึงจับกุมในฐานความผิด “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน”และนำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายที่ 5 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานงานด้านการข่าวซึ่งได้นำข้อมูลไปทำการสืบสวนจนพบว่า จะมีบุคคลต่างชาติใช้หนังสือเดินทางประเทศอังกฤษปลอมจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. ได้ตรวจพบชายต่างชาติที่มีลักษณะรูปพรรณตามข้อมูลที่ได้รับการประสานจึงเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่า ชายต่างชาติรายนี้เป็นคนสัญชาติอิหร่าน และได้ยื่นหนังสือเดินทางประเทศอังกฤษให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จึงจับกุมในฐานความผิด “ใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศอังกฤษปลอม)”และนำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายที่ 6 ,7 ,8 และ 9 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานงานด้านการข่าวซึ่งได้นำข้อมูลไปทำการสืบสวนจนพบว่า จะมีบุคคลต่างชาติใช้หนังสือเดินทางประเทศแคนาดาปลอมจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.05 น. ได้ตรวจพบชายต่างชาติ จำนวน 4 ราย ที่มีลักษณะรูปพรรณตามข้อมูลที่ได้รับการประสานจึงเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่า ชายต่างชาติคนแรก (รายที่ 6) เป็นคนสัญชาติศรีลังกา และชายต่างชาติคนสอง (รายที่ 7) ได้ยื่นหนังสือเดินทางประเทศแคนาดาให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จึงจับกุมในฐานความผิด “ใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศอังกฤษปลอม)” โดยทั้งสองได้ให้ข้อมูลว่าชายต่างชาติคนที่สองและสาม (รายที่ 8 และ 9) สัญชาติแคนาดา (มีถิ่นกำเนิดประเทศศรีลังกา) ได้ให้การช่วยเหลือโดยเป็นมาขอออกบัตรที่นั่งโดยสารให้เพื่อเดินทางไปยังประเทศแคนาดา จึงจับกุมในฐานความผิด “สนับสนุนผู้อื่นให้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศแคนาดาปลอม) ”และนำผู้ถูกจับกุม ทั้ง 4 รายส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายที่ 10 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับการประสานงานด้านการข่าวซึ่งได้นำข้อมูลไปทำการสืบสวนจนพบว่า จะมีบุคคลต่างชาติใช้หนังสือเดินทางประเทศอินเดียปลอมจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ได้ตรวจพบชายต่างชาติที่มีลักษณะรูปพรรณตามข้อมูลที่ได้รับการประสานจึงเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่า ชายต่างชาติรายนี้เป็นคนสัญชาติอินเดีย และได้ยื่นหนังสือเดินทางประเทศอินเดียให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จึงจับกุมในฐานความผิด “ใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศอินเดียปลอม)”และนำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การจับกุมการกระทำความผิดข้างต้น เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้กำหนดให้มีการประชุมประชาคมข่าว เป็นประจำทุกเดือน โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ และมีหน่วยงานต่างๆ เช่น การท่าอากาศยาน หรือ AOT ,กลุ่มธุรกิจการบิน หรือ AOC ,ศุลกากร ,ปปส. และหน่วยงานตำรวจต่างๆ อาทิ ตร.ท่องเที่ยว ,สันติบาล ,ตร.ปส., สภ.สุวรรณภูมิ เข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทยและเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการเข้ามาของหญิงต่างด้าวในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อลักลอบค้าประเวณีตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง